posted on 20 Sep 2009 11:35 by csrocket in IT
วันนี้จะมาแนะนำให้รู้จัก Google Docs กัน
สำหรับใครที่ไม่รู้จักว่า Google Docs คืออะไร ลองมาอ่านดูกันนะ
-----------------------------------------------------------------------------------
Google Docs เปรียบเสมือนว่าเรามีโปรแกรมในตระกูล Microsoft Office อย่างเช่น Word, Excel,
และ Powerpoint อยู่บนเว็บ แต่ที่พิเศษไปกว่านั้น คือ เรายังสามารถแชร์ไฟล์งานของเราให้กับเพื่อนได้
โดยในขณะที่เรากำลังแก้ไขข้อมูลในไฟล์นั้น มันก็จะไปอัพเดตไฟล์เอกสารทางฝั่งเพื่อนของเราด้วย
พูดง่ายๆก็คือ ผู้ใช้ทุกคนที่สามารถใช้ไฟล์เอกสารนั้นๆได้ จะเห็นการแก้ไขไฟล์แบบ real time
อาจจะยังไม่เห็นภาพ ลองดูวิดีโอตัวอย่างด้านล่าง ได้เลยจ้า
ปัจจุบัน Google Docs สามารถรองรับไฟล์ได้หลายนามสกุลเช่น .doc, .odt, xls, .ods, .ppt, .csv,
.html, .txt, .rtf เป็นต้น และเมื่อไม่นานมานี้ก็สามารถรองรับการอัพโหลดไฟลจำพวก .docx และ .xlsx
ได้แล้ว
และล่าสุด ยังสามารถเขียนสมการได้อีกด้วย โดยรูปแบบสมการที่ทาง Google Docs ใช้นั้นเป็น
รูปแบบเดียวกันกับที่ใช้ในการตีพิมพ์เอกสารทางวิชาการ (LaTeX) ซึ่งอาจจะใช้ยากอยู่สักหน่อยสำหรับ
ผู้ที่ไม่เคยใช้มาก่อน สามารถเรียกใช้ฟังก์ชั่นนี้ได้ง่ายๆ เพียงแค่กด Insert > Equation
ที่มา:Google Docs, Google Docs Blog, Google OS
edit @ 20 Sep 2009 12:20:55 by ~Csrocket~
posted on 13 Sep 2009 18:32 by csrocket in IT
ในที่สุดก็สามารถเอาคำว่า draft ออกจากโลโก้ได้แล้ว
ประมาณเดือนที่แล้ว IEEE ก็ได้ยอมรับให้ 802.11n เป็นมาตรฐานสำหรับ Wireless LAN แล้ว หลังจากที่เวอร์ชั่นนี้ได้ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว หรือประมาณ 6 ปี นับจากเวอร์ชั่น first draft
โดยเวอร์ชั่น 802.11n นี้สามารถรองรับการส่งผ่านข้อมูลได้ด้วยความเร็วถึง 300 Mbps (หรือมากกว่า) ซึ่งเร็วกว่ารุ่น 802.11g ที่มีความเร็วเพียง 54 Mbps ด้วยเหตุนี้ ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ผู้ให้บริการด้าน Wireless จึงผลิตสินค้าที่ใช้ 802.11n (Draft N products)
และอุปกรณ์ส่วนใหญ่(802.11n Draft)สามารถอัพเกรดเป็น final spec ได้ด้วยการอัพเดตเฟิร์มแวร์
ที่มา:CNET
posted on 06 Sep 2009 12:45 by csrocket
พอดีไปอ่านเจอบทความเรื่องนี้เข้าเลยนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ เพราะเห็นว่ามันก็ค่อนข้างแปลกดีที่นักชีววิทยาได้นำเอาหลักการทำงานของ PageRank ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ Google มาใช้
หลักการของ PageRank ซึ่งเป็นการจัดอันดับความสำคัญของเว็บไซต์ คือ เว็บไซต์ใดๆก็ตาม จะเป็นเว็บไซต์ที่สำคัญ ก็ต่อเมื่อมีเว็บไซต์ที่สำคัญชี้(เชื่อมโยง)มาหาเว็บไซต์นั้น
นักชีววิทยาก็ได้นำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้ ด้วยหลักที่ว่า สปีชีส์ใดๆก็ตาม จะเป็นสปีชีส์ที่สำคัญ ก็ต่อเมื่อมัน support สปีชีส์ที่สำคัญ
ตัวอย่างเช่น หญ้ามีความสำคัญเพราะละมั่งกินหญ้าเป็นอาหาร และละมั่งก็สำคัญเพราะมันเป็นอาหารของสิงโต เป็นต้น
ปัญหาอย่างหนึ่งของหลักการนี้เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับห่วงโซ่อาหาร คือ Dead ends เพราะโดยปกติแล้วเราจะมองว่าห่วงโซ่อาหารจะดำเนินไปแค่ทางเดียว (Unidirectional) ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างสิงโต เนื่องจากไม่ค่อยมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆกินสิงโตเป็นอาหาร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสิงโตไม่สำคัญต่อห่วงโซ่อาหาร และเพื่อให้หลักการของ PageRank นี้เหมาะสมกับห่วงโซ่อาหาร จึงได้มีการเพิ่ม root node ลงไปบนพื้นฐานที่ว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีความสำคัญต่อห่วงโซ่อาหารโดยการขับถ่ายของเสียและการเน่าสลาย
วิธีนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถทำนายเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่อาจสูญพันธุ์ในระบบนิเวศน์ได้ดีกว่าวิธีเดิมๆที่ใช้กันอยู่
ที่มา: Wired Science